วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

วิธีทรมานตัวเองให้แก่ชราลง อย่างรวดเร็ว แก่ฮวบเดียว 1รอบ


พบวิธีทรมานสังขารให้เสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ที่อยากแก่ โดยประพฤติสิ่งที่เป็นภัยแก่สุขภาพ 4 อย่างด้วยกันครบถ้วน ตั้งแต่กินเหล้าสูบบุหรี่ กินข้าวปลาตามใจชอบและไม่ยอมออกกำลังจะทำให้ร่างกายแก่ลงได้ทันตา ฮวบเดียว 1 รอบ

ทั้งนี้ วารสารวิชาการ "อายุรแพทย์" ของสหรัฐฯ เปิดเผยผลรายงานการศึกษาด้านสุขภาพ ทำกับชาวอังกฤษที่เป็นผู้ใหญ่ 314 คน ที่มีความประพฤติปล่อยเนื้อปล่อยตัวตามใจตนเอง ด้วยการประพฤติที่เป็นโทษแก่ สุขภาพตนเอง ตั้งแต่กินเหล้าสูบบุหรี่จัด กินอยู่ตามใจชอบ และไม่เคยออกกำลัง

ปรากฏว่าพวกเหล่านี้พากันตายลง ในระหว่างช่วงเวลาของการศึกษาไป 91 คน หรือร้อยละ 29 เทียบกับกลุ่มพวกที่แข็งแรงที่สุด คอยรักษาเนื้อรักษาตัวอยู่เป็นประจำ ตายเพียง 32 คน หรือร้อยละ 8 เท่านั้น นอกนั้น กลุ่มที่ไม่รักษาสุขภาพ จะมีรูปร่างหน้าตาชราลงยิ่งกว่ากลุ่มที่สุขภาพดีกว่ากัน มากถึง 12 ปี

นักวิจัยอลิซาเบธ กวาวิก มหาวิทยาลัยออสโลหัวหน้านักวิจัย ได้บอกแนะนำว่า ความจริงแล้วการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงนั้น ไม่จำเป็นจะต้องปฏิบัติตัวอย่างเข้มงวดเกินไปนักก็ได้.

colskys@hotmail.com

สะอึก…แก้ด้วยวิธีง่ายๆ


สะอึก หลายๆ ท่านคงจะมีประสบการณ์ในการ "สะอึก" มาบ้างแล้ว และทราบดีว่าการที่จะทำให้หยุดสะอึกอย่างจงใจนั้นไม่สามารถจะกระทำได้ การสะอึก (hiccup) เป็นอาการที่เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อกระบังลมที่อยู่ตรงรอยต่อระหว่าง ช่องปอดและช่องท้องที่เกิดขึ้นเองโดยไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดการหายใจเอาอากาศเข้าไปก่อน และจะหยุดหายใจเข้านั้น ทันทีทันใด เนื่องจากทางเข้าหลอดลมจะปิด ทำให้เสียงดังของการสะอึกเกิดขึ้นทุกครั้งไป

อาการสะอึกเกิดจากการหดตัว ของกล้ามเนื้อกะบังลมที่อยู่ตรงรอยต่อระหว่างช่องปอด และช่องท้องที่เกิดขึ้นเองได้โดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่คาดว่าเกิดจากมีสิ่งมากระตุ้นเส้นประสาท 2 เส้น คือ เส้นประสาทเวกัส vagus nerve และเส้นประสาทฟรีนิก phrenic nerve ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมระบบประสาทต่อกับระบบทางเดินอาหารส่วนต้น โดยเสียงสะอึกที่เกิดขึ้นมาจากการหายใจออกขณะที่กะบังลมเกิดการกระตุกทันที ทันใด ทำให้เกิดเสียงดังของการสะอึกขึ้น อาการสะอึกอาจเกิดขึ้นเป็นช่วงสั้นๆ และหายไปได้เอง อาจใช้เวลาเป็นวินาทีหรือ 2-3 นาที ซึ่งอาจพบได้บ่อยๆ แต่ถ้าหากสะอึกอยู่นานๆ เป็นครั้งค่อนชั่วโมงหรือเป็นวันๆ อาจจะต้องหาสาเหตุว่ามาจากโรคของอวัยวะต่างๆ ควบคู่กันไปด้วย เช่น โรคเกี่ยวกับอวัยวะในช่องท้อง ในช่องปอด ในระบบสมองและประสาทส่วนกลาง เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสะอึกที่เกิดขึ้นในขณะนอนหลับจะมีความหมายมากกว่าการสะอึกในเวลากลางวัน

กลไกการสะอึก

1. ขณะที่หายใจเข้า กะบังลมที่อยู่ตอนล่างของช่องอกจะเคลื่อนลงล่าง ทำให้ปอดขยายตัว และดึงดูดให้อากาศเข้าปอด

2. กะบังลมเกิดการกระตุก ทำให้ลมหายใจตีกลับขึ้นข้างบน ขณะที่ลิ้นกล่องเสียงปิด ตัดกระแสลม ทำให้เกิดเสียงสะอึกขึ้น

3. ในที่สุดลิ้นกล่องเสียงเปิด กะบังลมคลายตัว และลมหายใจออกจากปอด

4. แม้ว่ากลไกการเกิดการสะอึก ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าอาการนี้อาจจะเป็นการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติชนิดหนึ่ง โดยศูนย์กลางของการสะอึกจะอยู่บริเวณก้านสมองบริเวณเมดัลลา แล้วเชื่อมระบบประสาทต่อกับระบบทางเดินอาหารส่วนต้นด้วยเส้นประสาทเวกัสและ เส้นประสาทฟรีนิก

ลักษณะอาการ อาจแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

1. อาการสะอึกช่วงสั้นๆ อาจเพียง 2-3 นาที

2. สะอึกหลายๆ วันติดกัน

3. สะอึกติดๆ กันหลายสัปดาห์

4. สะอึกตลอดเวลา

การสะอึกติดต่อกันหลายๆ วัน เป็นอาการที่ไม่ธรรมดา เนื่องจากมีสาเหตุมาจากโรคอื่นๆ เช่นความผิดปกติทางสมองการเป็นอัมพาตการเป็นโรคทางเดินอาหาร การอักเสบในช่องท้องบริเวณกะบังลม โรคหลอดเลือดสมองตีบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบพิษสุราเรื้อรัง รวมถึงอาการทางภาวะจิตใจ และผลกระทบจากการใช้ยาบางชนิด

ส่วนมากผู้ป่วยที่มาหาพบแพทย์ ด้วยการสะอึกเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน เนื่องมาจากมีอาการผิดปกติทางสมอง หรือเป็นอัมพาต ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถให้ยาที่ช่วยบรรเทาอาการสะอึกได้ แต่ก็อาจมีการสะอึกเกิดขึ้นมาอีก เพราะอาการสะอึกเป็นเพราะต่อเนื่องที่เกิดจากการเจ็บป่วย

สาเหตุของอาการสะอึก

1. สำหรับสาเหตุเชื่อกันว่าเกิดจาก การรับประทานอาหารมากเกิน เร็วเกินไป บางคนอาจจะมีความตึงเครียดมากไป บางคนอาจเกิดจากการดื่มเครื่องดื่มประเภทมีแอลกอฮอล์ในกระเพาะอาหาร หรือสูบบุหรี่มากเกินไป นอกจากนี้การบริโภคอาหารที่ทำให้มีก๊าซมากก็อาจเป็นสาเหตุของการสะอึกได้

2. สาเหตุของการสะอึกอาจเกิดจากมี อะไรไปรบกวนประสาทที่ควบคุมการทำงานของกะบังลม ลมในกระเพาะอาหารขยายตัวไปกระตุ้นปลายประสาทที่มาเลี้ยวกะบังลม หรืออวัยวะใกล้กะบังลมเป็นโรคบางอย่าง เช่น เยื่อหุ้มปอดอักเสบ มูลเหตุเหล่านี้ทำให้ กะบังลมหดตัวอย่างรุนแรงทันทีทันใด การบีบรัดตัวของกะบังลมทำให้แผ่นเหนือกล่องเสียงที่คอหอยซึ่งปกติคอยกั้นไม่ ให้อาหารเข้าไปในหลอดลมปิดลง เมื่อกะบังลมหดอย่างรุนแรงก็จะดึงอากาศเข้าสู่ปอดผ่านคอหอย อากาศจึงกระทบกับแผ่นปิด แล้วทำให้สายเสียงสั่นสะเทือน จึงเกิดเสียงสะอึก อย่างที่ได้ยินเวลาสะอึก

3. อาการสะอึกเกิดได้กับคนทุกคน สาเหตุเป็นเพราะกระเพาะอาหารเกิดการระคายเคือง จึงได้ไปกระคุ้นให้เส้นประสาทในบริเวณนี้ทำงานผิดปกติ ชักนำให้กล้ามเนื้อกะบังลม กล้ามเนื้อที่กั้นกลางระหว่างช่องอกกับช่องท้อง มีการหดเกร็งตัวเป็นจังหวะๆ และกล้ามเนื้อซี่โครงก็ได้รับผลกระเทือนให้เกิดจากหดเกร็งตัวในลักษณะเดียว กัน อย่างไรก็ตาม สาเหตุก็ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการระคายเคืองที่กระเพาะอาหารเสมอไป บางครั้งก็อาจก่อตัวที่ศูนย์การสะอึกที่อยู่ในสมองที่บังคับควบคุมให้เกิด การเคลื่อนไหวผิดปกติของกะบังลม จนเกิดเป็นอาการสะอึก

4. นอกจากนี้ยังอาจมีสาเหตุจากความ ผิดปกติในบริเวณคอ และหน้าอก เช่น ก้อนเนื้องอก ต่อมน้ำเหลืองโต เป็นต้น หรือเกิดจากโรคในช่องท้อง เช่น เยื่อบุช่องท้องอักเสบ ไตวาย หรือภายหลังการผ่าตัดช่องท้อง เป็นต้น หรือบางครั้งก็อาจเกิดจากสาเหตุทางด้านอารมณ์ เช่น ความรู้สึกช็อก ความเครียดเรื้อรัง เป็นต้น

5. สาเหตุอาจเกิดจากยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะกลุ่ม beta-lactams, macrolides, fluoroquinolone หรือแอลกอฮอล์

การรักษา

1. ในแง่ของการรักษาอาการสะอึกนั้น ถ้าสะอึกเป็นเวลาสั้นๆ ไม่นานแต่เป็นหลายครั้ง ท่านอาจต้องสังเกตกิจวัตรประจำวัน การรับประทานอาหารดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือการสูบบุหรี่ว่ามีความ สัมพันธ์กับการสะอึกหรือไม่ ถ้าสัมพันธ์กัน ท่านก็ควรที่จะปรับปรุงสิ่งเหล่านั้น หากสะอึกอยู่เป็นเวลานานๆ ท่านควรไปพบแพทย์จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

2. สำหรับเทคนิคการหยุดอาการสะอึก มีหลายแบบ ล้วนแล้วแต่มีบันทึกไว้ในตำราทางการแพทย์ ซึ่งไม่มีความแน่ชัดในการหวังผลจากการรักษาด้วยวิธีต่างๆ

3. ถ้าไม่ดีขึ้น อาจจะต้องพบแพทย์เพื่อใช้ยาบางตัวช่วย เช่น Lagactil, Baclofen หรือกลุ่มยาช่วยย่อย เช่น Cisapride, Omperazole เป็นต้น

4. ถ้าใช้ยาแล้วยังไม่ดีขึ้น อาจจะต้องพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุโรคอย่างอื่นร่วมด้วย แล้วแก้ไขตามสาเหตุ หรือทำการผ่าตัดทางศัลยกรรมประสาท

5. การฝังเข็ม การสวดมนต์ทำสมาธิ การใส่สายเข้าไปในกระเพาะอาหารเพื่อดูดเอาลม และน้ำย่อยออก

6. ในการแก้ไขจะต้องค้นให้พบสาเหตุ ของการสะอึกเสียก่อน ถ้ามีโรคที่ซ่อนเร้นอยู่ แพทย์ก็จะให้การรักษาเพื่อแก้ไขอาการสะอึกควบคู่กับการแก้ไขโรคที่เป็นต้น เหตุ ในกรณีที่ไม่มีสาเหตุชัดเจน ก็มักจะเกิดจากความผิดปกติในกระเพาะอาหาร เช่น การกินอิ่มเกินไป การกินอาหารเผ็ดจัด การดื่มเหล้า การกินอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด ก็อาจชักนำให้เกิดอาการสะอึกได้

7. ถ้าทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด สาเหตุหนึ่งดังกล่าว แล้วหาทางหลีกเลี่ยงเสีย ก็จะช่วยป้องกันมิให้เกิดอาการกำเริบขึ้นได้อีก แต่ถ้าหากอาการสะอึกเป็นอยู่นาน จนทำให้รู้สึกเหนื่อยอ่อนและตึงเครียด ก็ควรจะไปปรึกษาแพทย์

เทคนิคหยุดสะอึก

1. ใช้นิ้วโป้ง และนิ้วชี้จับลิ้นเอาไว้แล้วดึงออกมาข้างหน้าแรงๆ เพื่อช่วยเปิดหลอดลมที่ปิดอยู่ วิธีกระตุ้นผิวด้านหลังของลำคอ แถวๆ บริเวณที่เปิดปิดหลอดลม อาจใช้ด้ามช้อนเขี่ยที่ปิดเปิดหลอดลม

2. กลั้นหายใจเอาไว้โดยการนับ 1-10 แล้วหายใจออก จากนั้นดื่มน้ำตามทันที หรือหายใจลึกๆ กลั้นหายใจ หายใจในถุงกระดาษ 3-5 นาที

3. กลั้วน้ำในลำคอ จิบน้ำเย็นจัด ดื่มน้ำเย็นจัดช้าๆ โดยดื่มตลอดเวลา และกลืนติดๆ กัน ไปเรื่อยๆ จนกว่าอาการสะอึกหาย หรือจนกลั้นหายใจไม่ได้ ดื่มน้ำจากขอบแก้วที่อยู่ด้านนอกหรือด้านไกลจากริมฝีปาก

4. เขี่ยภายในรูจมูกให้จาม

5. กลืนน้ำตาลทราย 1-2 ช้อนโต๊ะ โดยไม่ต้องใช้น้ำ หรือ กลืนก้อนข้าว ก้อนขนมปัง ก้อนน้ำแข็งเล็กๆ

6. ทำให้เกิดอารมณ์รุนแรง เช่น โกรธ ตื่นเต้น หรือกลัว

7. จิบน้ำส้มสายชูที่เปรี้ยวจัด หรือดมสารที่มีกลิ่นฉุน เช่น แอมโมเนีย

8. ถ้าเป็นเด็กอ่อนควรอุ้มพาดบ่าใช้มือลูบหลังเบาๆ ให้เรอ

colskys@hotmail.com

“ไมโครซอฟท์” โต้ฮอตเมล์ไม่เคยเรียกเก็บเงิน


บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เต้นรุดแจง เรื่องฟอร์เวิร์ดอีเมล์แอบอ้างเกี่ยวกับการปิดบัญชีอีเมล์ Hotmail ในประเทศไทย ที่กำลังกระจายไปยังผู้ใช้งาน...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่มีฟอร์เวิร์ดอีเมล์ฉบับหนึ่ง อ้างว่า เซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการของไมโครซอฟท์เต็ม เนื่องจากมีผู้ใช้บริการ Hotmail ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ไมโครซอฟท์ จึงจะดำเนินการปิดการให้บริการสำหรับบัญชีอีเมล์ที่ไม่มีการใช้ งาน และ เพื่อให้สามารถใช้บริการ Hotmail ต่อไปได้ ผู้ใช้งานจะต้องส่งต่ออีเมล์ฉบับนี้ไปให้ทุกคนในรายชื่อผู้ติดต่อของตนเอง

รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศขอชี้แจงให้ผู้ใช้บริการทุกท่านทราบถึงนโยบายเกี่ยวกับบัญชีอีเมล์ที่ไม่มีการใช้งาน ดังนี้

บัญชีอีเมล์ฟรีทุกบัญชีของ Hotmail จะจัดเป็นบัญชีอีเมล์ที่ไม่มีการใช้งานก็ต่อเมื่อ ไม่มีการลงชื่อเข้าใช้บริการมากกว่า 270 วัน หรือ ไม่มีการลงชื่อเข้าใช้บริการภายใน 10 วันแรก หลังจากลงทะเบียนใช้บริการ และหลังจากที่บัญชีอีเมล์ นั้นๆ กลายเป็นบัญชีอีเมล์ที่ไม่มีการใช้งาน ทุกข้อความ โฟล์เดอร์ และ รายชื่อผู้ติดต่อจะถูกลบ และทุกข้อความที่ส่งถึงอีเมล์นั้นจะได้รับข้อความตอบกลับว่าไม่สามารถส่งข้อความได้

ในกรณีมีการเปลี่ยนแปลงการให้บริการหรือกฎระเบียบต่างๆ ไมโครซอฟท์จะมีการแจ้งข้อมูลให้ผู้ใช้บริการได้ทราบผ่านช่องทางต่างๆ อย่างเป็นทางการ ดังนั้น เราขอแจ้งเตือนให้ทุกผู้ใช้บริการได้ทราบว่า ฟอร์เวิร์ดอีเมล์แอบอ้างดังกล่าวไม่ได้มาจากไมโครซอฟท์ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่ออีเมล์ดังกล่าว เพื่อลดจำนวนอีเมล์ขยะ

colskys@hotmail.com

Upgrading to Ubuntu 10.04 LTS

This document provides instructions and notes on upgrading to Ubuntu 10.04 LTS (code name "Lucid Lynx"), the most recent release of Ubuntu, released on the 29th of April 2010.
Before You Start
■You can directly upgrade to Ubuntu 10.04 LTS ("Lucid Lynx") from Ubuntu 9.10 ("Karmic Koala") or from Ubuntu 8.04 LTS ("Hardy Heron"). This page contains instructions for both. (see UpgradeNotes)
■Be sure that you have all updates applied to your current version of Ubuntu before you upgrade.
■Before upgrading it is recommended that you read the release notes for Ubuntu 10.04 LTS, which document caveats and workarounds for known issues in this version.
If you have a version of Ubuntu other than 8.04 LTS or 9.10, please see UpgradeNotes for information on how to upgrade.
Upgrade from 9.10 to 10.04 LTS
Network Upgrade for Ubuntu Desktops (Recommended)
You can easily upgrade over the network with the following procedure.
1.Start System/Administration/Update Manager.
2.Click the Check button to check for new updates.

3.If there are any updates to install, use the Install Updates button to install them, and press Check again after that is complete.

4.A message will appear informing you of the availability of the new release.


5.Click Upgrade.

6.Follow the on-screen instructions.

Network Upgrade for Ubuntu Servers (Recommended)
1.Install update-manager-core if it is not already installed:
sudo apt-get install update-manager-core
2.edit /etc/update-manager/release-upgrades and set Prompt=normal
3.Launch the upgrade tool:
sudo do-release-upgrade
4.Follow the on-screen instructions
Upgrade from 8.04 LTS to 10.04 LTS
Network Upgrade for Ubuntu Desktops (Recommended)
You can easily upgrade over the network with the following procedure
1.Press Alt-F2 and type update-manager --devel-release
2.Click the Check button to check for new updates.
3.If there are any updates to install, use the Install Updates button to install them, and press Check again after that is complete.
4.A message will appear informing you of the availability of the new release.
5.Click Upgrade.
6.Follow the on-screen instructions.
Network Upgrade for Ubuntu Servers (Recommended)
1.Install update-manager-core if it is not already installed:
sudo apt-get install update-manager-core
2.edit /etc/update-manager/release-upgrades and set Prompt=lts
3.Launch the upgrade tool:
sudo do-release-upgrade --devel-release
4.Follow the on-screen instructions.
Upgrading Using the Alternate CD/DVD
Use this method if the system being upgraded is not connected to the Internet.
1.Download the alternate installation CD
2.Burn the ISO to a CD and insert it into the CD-ROM drive of the computer to be upgraded.
■If the ISO file is on the computer to be upgraded, you could avoid wasting a CD by mounting the ISO as a drive with a command like:
sudo mount -o loop ~/Desktop/ubuntu-10.04-alternate-i386.iso /media/cdrom0
3.A dialog will be displayed offering you the opportunity to upgrade using that CD.

4.Follow the on-screen instructions. If the upgrade dialog is not displayed for any reason, you may also run the following command using Alt+F2:
gksu "sh /cdrom/cdromupgrade"
Or in Kubuntu run the following command using Alt+F2:
kdesudo "sh /cdrom/cdromupgrade"
See Also
■UpgradeNotes for all supported versions of Ubuntu

colskys@hotmail.com



น้องแนท xxx สุดๆๆๆ




ตามลิงค์นี้เลยครับ

http://www.ziddu.com/download/9754800/xxxx.rar.html



วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

วันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

แนวข้อสอบ วิชา AN213


ตามลิงค์นี้เลยครับ

หากหัวใจคล้ายห้องว่าง

คำว่าชีวิตประกอบขึ้นมาจาก "กาย" กับ "ใจ" เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "กาย" กับ "นาม" องค์ประกอบทั้งสองของชีวิตนี้ "ใจ" มีความสำคัญมากกว่า "กาย" เพราะ "ใจ" เป็นอย่างไร "กาย" จะเป็นอย่างนั้น



เรื่อง ว.วชิรเมธี

ความสำคัญของใจที่มีผลเหนือกายนั้นมีตัวอย่างมากมาย อภิปรายกันไม่รู้จบ เช่นวันหนึ่งเมื่อมีนักข่าวสัมภาษณ์ว่า ไทเกอร์ วู้ด มีเคล็ดลับในการตีกอล์ฟอย่างไร จึงตีได้แม่นเหมือนจับวางทุกครั้ง เขาตอบสั้นๆ ว่า ผมจินตนาการเห็นลูกกอล์ฟลอยละลิ่วลงหลุมก่อนที่ผมจะเริ่มตีมันเสียอีก" คำตอบของนักกอล์ฟอัจฉริยะสะท้อนว่าใจของเขานั้นไม่ได้สั่งได้เฉพาะกายคือมือของเขาเท่านั้น แม้แต่ไม้ตีกอล์ฟเอง ก็หลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขา เข้าทำนอง กระบี่อยู่ที่ใจ ใจอยู่ในกระบี่ โดยแท้

ครั้งหนึ่งมีการทดลองกันในทางจิตวิทยาว่า ใจสำคัญต่อกายจริงหรือไม่ นักจิตวิทยาร่วมมือกับนายแพทย์ท่านหนึ่ง ไปตรวจร่างกายของนักกีฬายกน้ำหนักถึงโรงยิม เมื่อไปถึง นายแพทย์ก็ตรวจวัดร่างกายของนักกีฬายกน้ำหนักคนหนึ่ง ซึ่งมีร่างกายที่แข็งแรงมาก เขากำลังฝึกยกน้ำหนักอยู่พอดี เมื่อไปถึงนายแพทย์ใช้ปรอทวัดไข้อยู่สักพักหนึ่ง รอไม่กี่นาที ท่านก็รายงานด้วยสีหน้าเป็นกังวลว่า นักกีฬาคนนี้กำลังมีปัญหาใหญ่ เพราะตรวจพบ บางอย่าง ในร่างกาย ขอให้งดการฝึกซ้อม ฃเอาไว้ก่อน พอนายแพทย์พูดจบ นักกีฬาร่างล่ำบึ้กมีสีหน้าเครียดขึ้นมาทันที เขายกน้ำหนักต่อไปไม่ไหว ยกอย่างไรก็ไม่เป็นที่พอใจ อ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปหมด เขาจึงขออนุญาตลากลับไปพักหลายวัน

ต่อมานายแพทย์และนักจิตวิทยา จึงขอโทษนักกีฬาคนนั้น พร้อมทั้งบอกความจริงว่า ผลการตรวจสุขภาพไม่เป็นอันตรายอย่างที่เป็นกังวลสักนิด ที่แจ้งผลไป ก่อนหน้านั้น เป็นเพียงการทดลองอย่างหนึ่งเท่านั้น ซึ่งทั้งครูฝึก นักจิตวิทยา และนายแพทย์ร่วมมือกันและรู้กันมาแต่ต้นอยู่แล้ว ทันทีที่ทราบผลว่า ตนไม่เป็นอะไร วันรุ่งขึ้นนักกีฬาคนนั้นก็มาฝึกซ้อมต่อและคราวนี้เขาสดชื่นรื่นเริงอย่างเห็นได้ชัด การทดลองคราวนี้ ก็สะท้อนหลักการที่ว่า ใจเป็นอย่างไร ร่างกายเป็นอย่างนั้น จริงๆ

ความจริง ในชีวิตของคนเรานั้น หากสังเกตให้ดีเราจะพบว่า พฤติกรรมต่างๆ ที่แสดงผลออกมาทางกายนั้น ล้วนได้รับอิทธิพลของใจทั้งสิ้น คนที่มีสีหน้าสดชื่น ผ่องใส ใจเย็นโดยธรรมชาติ (ไม่ใช่ใสเพราะฝีมือหมอ) ก็เพราะลึกๆ แล้ว เขาไม่มีความเครียดเจือปนอยู่ในใจ คนที่หงุดหงิดงุ่นง่าน ก็เพราะในใจเขาเต็มไปด้วยความกังวล คนที่มีพฤติกรรมฉ้อฉล คอรัปชั่น ก็เพราะใจเขามี ไถยจิต ซึ่งแปลว่า จิตที่มีธาตุแห่งความเป็น หัวขโมย แฝงอยู่ คนที่สู้ชีวิต ก็เพราะใจเขาเปี่ยมด้วย ปรักกมธาตุ ซึ่งแปลว่า ใจนักสู้ อยู่ข้างใน ส่วนคนที่เต็มไปด้วยความอิจฉาตาร้อน ก็เพราะข้างในของเขา หมักหมมอยู่ด้วยไฟริษยานั่นเอง นอกเป็นอย่างไร ก็สะท้อนว่าใจเป็นอย่างนั้น กาย จึงเป็นเหมือนเงาสะท้อนของใจ

ใจ ของเรานั้น ไม่ต่างอะไรกับห้องที่ว่างเปล่า เมื่อเราใส่อะไรเข้าไปในห้องที่ว่างเปล่านั้น สถานภาพของห้องก็จะเปลี่ยนไปทันที เป็นต้นว่า เรามีห้องว่าง เปล่าอยู่ห้องหนึ่ง เมื่อ - -

เราใส่น้ำเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องน้ำ

เราใส่พระพุทธรูปเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องพระ

เราใส่เครื่องมือปรุงอาหารเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องครัว

เราใส่เครื่องนอนเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องนอน

เราใส่ชุดรับแขกเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องรับแขก

เราใส่บุคคลสำคัญเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องวีไอพี

ห้องแห่งหัวใจของเราก็ไม่ต่างอะไรกับห้องว่างเปล่าที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเลย ทุกครั้งที่เราบรรจุอะไรเข้าไปในใจ ใจของเราก็จะเปลี่ยนสถานภาพเหมือนกัน

เราใส่ความเมตตาเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจดี

เราใส่ธรรมะเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจบุญ

เราใส่ความโกรธเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจร้อน

เราใส่ความเลวเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจทราม

เราใส่ความกลัวเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจเสาะ

เราใส่ความเป็นนักสู้เข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจสู้

เราใส่ความขาดสติเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจลอย

เห็นด้วยกับผู้เขียนหรือไม่ว่า ใจของเรานั้นเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลเหนือกาย เป็นสิ่งที่คอยออกแบบชีวิตของเราให้เป็นไปอย่างไรก็ได้

พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า

ใจเป็นนาย ใจเป็นผู้นำ ใจเป็นผู้สร้างสรรค์...

หรือบางทีก็ตรัสว่า จิตฺเตน นียติ โลโก แปลว่า โลกหมุนไปตามใจสั่งการ โลกในที่นี้ หมายถึง ชีวิตของเรานั่นเอง โลกคือชีวิต จะหมุนซ้าย หมุนขวา หมุนตรงหรือหมุนเอียง หมุนไปข้างหน้า หรือว่าหมุนไปข้างหลัง ทั้งหลายทั้งปวงนั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของใจทั้งหมดทั้งสิ้น

ใจของเราไม่ต่างอะไรกับห้องที่ว่างเปล่า เราบรรจุอะไรลงไป ชีวิตของเราก็เป็นไปตามสิ่งที่บรรจุนั้น ทุกวันนี้ เราเคยถามตัวเองบ้างไหมว่า เราบรรจุอะไร ลงไปในห้องแห่งหัวใจของเราบ้าง ความรู้ ความงมงาย ความรัก ความโกรธ ความเกลียด ความโลภ ความดี ความชั่ว ความริษยา ความหน้าด้าน ความสะอาด สว่าง สงบ หรือความตื่นรู้ ชีวิตจะเป็นอย่างไร รุ่งโรจน์หรือร่วงโรย ขึ้นสูงหรือลงต่ำ สำคัญที่เราบรรจุอะไรลงไปในใจของเราเอง

colskys@hotmail.com

แซนด์วิชพาร์มาแฮม


ราดน้ำมันมะกอกลงบนขนมปังบาแกตต์ ตามด้วยเกลือ พริกไทย หรือปาปริก้าตามใจชอบวางขนมปังลงบน Crispy Plate หรือถาดสำหรับทำเกรียม




ส่วนผสม



1.ขนมปังบาแกตต์หรือขนมปังฝรั่งเศส 2 ชิ้น
2.น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
3.พาร์มาแฮม 3-4 ชิ้น
4.ครีมชีส 1/4 ถ้วย
5.เนื้อลูกพรุน 50 กรัม
6.เกลือ พริกไทย อย่างละหนึ่งหยิบมือ



วิธีทำ


1.ราดน้ำมันมะกอกลงบนขนมปังบาแกตต์ ตามด้วยเกลือ พริกไทย หรือปาปริก้าตามใจชอบ



2.วางขนมปังลงบน Crispy Plate หรือถาดสำหรับทำเกรียม


3.นำเข้าเตาอบไมโครเวฟ กดปุ่ม Crusty Cook เลือกเบอร์ 3 (เครื่องจะแสดงเวลาทำงาน 6 นาที) รอจนครบ 2 นาที ให้กดปุ่ม Stop เพื่อเปิดเช็กดูความเกรียมที่ต้องการ หากรู้สึก ว่าเกรียมพอแล้วก็นำออกมาได้เลย แต่ถ้ายังก็นำเข้าอบต่อ โดยกดปุ่ม Start


4.นำพาร์มาแฮมไปย่างด้วยวิธีการเดียวกับการย่างขนมปัง แต่ให้เปิดออกมาเช็กเมื่ออบผ่านไปแล้วสัก 4 นาที หากรู้สึกว่าเกรียมพอแล้วก็นำออกมาได้เลย แต่ถ้ายังก็นำเข้าอบต่อ โดย กดปุ่ม Start


5.สับลูกพรุนผสมกับครีมชีส เกลือ และพริกไทย


6.ทาครีมชีสลงบนขนมปังบาแกตต์ จากนั้นวางพาร์มาแฮมลงแล้วประกบด้วยขนมปังบาแกตต์อีกชิ้น เป็นอันเสร็จพร้อมเสิร์ฟ


colskys@gmail.com




ไก่อบสมุนไพร




เริ่มต้นด้วยการหมักไก่เสียก่อน โดยก่อนจะหมักไก่ให้ใช้ ส้อมจิ้มอกไก่เพื่อให้เนื้อไก่นุ่ม และช่วยให้ซึมซับรสชาติได้ดียิ่งขึ้น


ส่วนผสม




1.เนื้ออกไก่ 200 กรัม
2.ใบมะกรูดหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
3.ต้นหอมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
4.ขิงขูดฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
5.กระเทียมทุบ 5 กลีบ
6.ซอสถั่วเหลืองคิคโคแมนแบบเกลือน้อย 2 ช้อนโต๊ะ (Kikkoman Less Salt)
7.พริกตุ้มเม็กซิกันสับ 1 ช้อนโต๊ะ
8.น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
9.ถั่วหวาน 10 ฝัก
10เกลือ พริกไทยเล็กน้อย






วิธีทำ



1.คลุกส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน นวดให้เข้าเนื้อไก่ หมักทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง



2.อุ่นเตาไมโครเวฟด้วยการกดปุ่มระบบอบ ด้วยอุณหภูมิ 250 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 นาที



3.จากนั้นเทไก่ที่หมักไว้ รวมทั้งซอสหมักลงในจาน นำเข้า เตาไมโครเวฟ กดปุ่มระบบอบ ตั้งอุณหภูมิ 250 องศาเซลเซียส ตั้งเวลาอบ 10 นาที



4.เปิดเตาอบออกมาเพื่อเติมถั่วหวาน แล้วกดปุ่มระบบอบต่ออีก 10 นาที



5.นำอาหารออกจากเตา จัดไก่และถั่วหวานใส่จาน ราดด้วยซอสหมัก รับประทานกับข้าวสวยหรือข้าวกล้องงอกร้อนๆ



colskys@hotmail.com


เมื่อผงเกลือแร่ ORS หมด?!


เป็นที่ทราบกันดีว่า เมื่ออุจจาระร่วง จะต้องรีบทดแทนการขาดน้ำของร่างกายด้วยการชงผงน้ำตาลเกลือแร่ หรือ ORS (Oral Rehydration Salts) ดื่มหลังจากถ่ายอุจจาระ ซึ่งส่วนใหญ่หลาย ๆ บ้าน มักมี ORS เก็บไว้ในตู้ยาสามัญประจำบ้าน


ทว่า ORS นั้นกลับใช้ไปจนหมด บ้างก็เก็บไว้นานจนสิ้นอายุการใช้งาน หรือไม่สะดวกเดินทางออกไปซื้อหา...หากเป็นเช่นนั้น มุมสุขภาพ-สามัญประจำบ้าน เตรียมสูตรการชงผงน้ำตาลเกลือแร่ด้วยตนเองในยามฉุกเฉิน


เพียงเตรียมส่วนผสม อันประกอบด้วย น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1/2 ช้อนชา และน้ำต้มสุกหรือน้ำดื่มสะอาด อุณหภูมิห้อง 750 ซีซี จากนั้นเทน้ำลงในขวดเปล่า เติมน้ำตาลทรายและเกลือตามลงไปแล้วจึงเขย่าให้น้ำตาลทรายและเกลือละลายเข้ากับน้ำ หากดื่มน้ำตาลเกลือแร่ที่บรรจุใส่ขวดไม่หมดภายใน 24 ชั่วโมง ควรเททิ้งแล้วผสมใหม่.


colskys@hotmail.com


วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

อาหารที่เป็นภัยต่อร่างกายมากที่สุด และอาจร้ายแรงถึงชีวิต


อาหารที่คุณรับประทานในชีวิตประจำวัน บางทีคุณอาจไม่คิดว่า มันมีอันตรายร้ายแรงขนาดปลิดชีพคุณได้ เพราะสามารถหาซื้อทานได้ตามท้องตลาดทั่วไป จากการรวบรวมผลการศึกษาวิจัยจาก สถาบันกุมารเวชศาสตร์สหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับอาหารที่เป็นภัยต่อร่างกายมากที่สุด และอาจร้ายแรงถึงชีวิต จำนวน 10 ชนิด ดังต่อไปนี้...



อันดับ 10 : "เห็ด"อาจเป็นที่น่ากังขาว่าเห็ดเป็นอันตรายถึงชีวิตได้จริงหรือไม่อาจเป็นที่น่ากังขา ว่าเห็ดเป็นอันตรายถึงชีวิตได้จริงหรือไม่ นอกจากทำให้เกิดอาการทางประสาท หรือประสาทหลอน แต่คำตอบที่ถูกต้องคือ "ใช่" เห็ดสามารถปลิดชีพได้ เช่นเห็ดระโงกหิน (Death Cap) และ เห็ดไข่เป็ด (Destroying Angel) ที่มีพิษร้ายแรง แม้จะมีข่าวอยู่บ่อยครั้งว่า เสียชีวิตเพราะทานเห็ด แต่ทุกวันนี้ยังคงมีคนนิยมเก็บเห็ดตามป่ามาปรุงอาหาร โดยไม่ทราบว่า มีพิษหรือไม่ ดังนั้นการเลี่ยงรับประทานเห็ดที่หน้าตาไม่คุ้นชิน หรือไม่รู้จักจึงปลอดภัยที่สุด



อันดับ 9 : "กาแฟ"ปัญหาด้านการนอนหลับ และปัญหาฟันเหลือง จากการดื่มกาแฟเป็นประจำสม่ำเสมอนอกเหนือจาก ความเป็นไปได้ของอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น หรือใจสั่น ปัญหาด้านการนอนหลับ และปัญหาฟันเหลือง จากการดื่มกาแฟเป็นประจำสม่ำเสมอ กาแฟยังสร้างปัญหาต่อร่างกายได้ เมื่อความร้อนเกินมาตรฐาน โดยกาแฟสามารถกร่อนผิวหนังได้เป็นอย่างดี อาจดูเหมือนเรื่องตลก ตัวอย่าเกิดขึ้นเมื่อปี 1992 ที่ร้านฟาสฟู้ดชื่อดัง McDonald เมื่อคุณยายวัย 79 ปี ดื่มกาแฟความร้อนจัดราว 170 องศา ทำให้ทวารของคุณยายถูกทำลาย จึงฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย เป็นมูลค่า 2.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับแต่นั้นเป็นต้นมา McDonald จึงมีมาตรการจำกัดอุณหภูมิของกาแฟไม่ให้สูงเกินความเหมาะสม



อันดับ 8 : "มันสำปะหลัง"พืชชนิดนี้จะส่งผลกระทบร้ายแรง หากมีวิธีและขั้นตอนการเตรียมที่ไม่ถูกต้องมันสำปะหลัง มักถูกนำมาผลิตในอาหารหลากหลายรูปแบบ แต่พืชชนิดนี้จะส่งผลกระทบร้ายแรง หากมีวิธีและขั้นตอนการเตรียมที่ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ในมันสำปะหลังยังมีสารไซยาไนด์แฝงอยู่ ซึ่งหากได้รับในปริมาณมากอาจส่งผลถึงชีวิตเช่นกัน อย่างไรก็ดี ขนมที่ทำจากมันสำปะหลัง และได้รับความนิยมมากในปัจจุบันคือ พุดดิ้ง กระทั่งกลุ่มมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งสหรัฐฯ ออกโรงเตือนประชาชนที่อ่อนไหวง่ายต่อยางของพืช ให้เลี่ยงไปรับประทานของทานเล่นประเภทอื่นแทน


อันดับ 7 : "ทูน่า"แทบไม่คาดคิดเมื่อปลาตัวเล็กตัวน้อยจำพวกทูน่า จะถูกประกาศเป็นอาหารสุดยอดอันตรายแทบไม่คาดคิดเมื่อปลาตัวเล็กตัวน้อยจำพวกทูน่า อาหารยอดนิยมอีกชนิดหนึ่งในสังคมปัจจุบัน จะถูกประกาศเป็นอาหารสุดยอดอันตราย ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเตือนสตรีมีครรภ์ และเด็ก ให้หลีกเลี่ยง หรือรับประทานในปริมาณแต่น้อย เนื่องจากทูน่า คือปลาตัวเล็กหลากหลายสายพันธุ์ และมีปริมาณสารปรอทสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการคลอดบุตรสำหรับคุณแม่มีครรภ์ และอาจทำลายระบบประสาทสำหรับเด็กที่กำลังมีพัฒนาการ



อันดับ 6 : "รูบาร์บ"รูบาร์บช่วยต้านมะเร็งได้ แต่ใบขนาดใหญ่ของมันมีพิษถึงชีวิตแม้จะมีงานวิจัยเผยว่า รูบาร์บช่วยต้านมะเร็งได้ แต่จากประวัติศาสตร์การแพทย์ระบุว่า ใบขนาดใหญ่ของรูบาร์บนั้นมีพิษถึงชีวิต แม้จะรับประทานแบบดิบหรือนำมาปรุงจนสุกก็ตาม แต่ทั้งนี้ส่วนที่สามารถนำมารับประทานได้นั้นคือบริเวณก้านของรูบาร์บ



อันดับ 5 : "ผักใบเขียว"เป็นที่น่าตกใจ เมื่ออาหารจำพวกผักใบเขียว ตกอยู่ในแบล็กลิสต์ด้วยเช่นกันเป็นที่น่าตกใจ เมื่ออาหารจำพวกผักใบเขียว ที่แลดูเป็นประโยชน์ต่อร่างกายจะตกอยู่ในแบล็กลิสต์ด้วยเช่นกัน โดยเมื่อปี 2009 ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์เพื่อประโยชน์สาธารณะ ระบุชื่อผักใบเขียวทั้งหลาย อาทิ ผักโขม ผักสลัด กะหล่ำปลี ผักชีฝรั่ง และผักคะน้า ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพผู้บริโภคมากที่สุด ซึ่งเมื่อปีที่ผานมาในสหรัฐฯ มีผู้ป่วยจากผักดังกล่าว 240 กรณี ซึ่งส่วนใหญ่รับประทานอาหารตามร้าน หรือภัตตาคาร ส่วนการติดเชื้อเชื่อว่าเกิดจากการละเลยความสะอาด ทั้งความสะอาดของมือผู้ปรุงอาหาร และความสะอาดของผักที่ล้าง โดยเชื้อโรคส่วนใหญ่ที่มากับผักชนิดดังกล่าว คือ ไวรัสไนโร ซึ่งติดมากับผักเมื่อได้รับการสัมผัสจากสัตว์ป่า หรือน้ำที่ไม่สะอาด

อันดับ 4 : "ถั่วลิสง"มักมีผู้เสียชีวิตจากการรับประทานถั่วลิสง เนื่องจากเป็นโรคภูมิแพ้ถั่วสมาคมโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มักมีผู้เสียชีวิตจากการรับประทานถั่วลิสง เนื่องจากเป็นโรคภูมิแพ้ถั่ว ซึ่งปัจุจบันมีตัวเลขผู้มีอาการแพ้ถั่วเพิ่มขึ้นจากเดิม แต่นับว่ายังไม่สูงมาก คิดเป็นเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมด อย่างไรก็ตามจำนวนเด็กเสียชีวิตด้วยโรคแพ้ถั่ว เพิ่มขึ้นระหว่าง ปี 1997 -2002 ราว 2 เท่า








อันดับ 3 : "ผลแอคกี"ผลแอคกี หากไม่รู้วิธีรับประทานจะเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ อาเจียร และอาจร้ายแรงถึงแก่ชีวิตผลแอคกี (Ackee) แต่เดิมเป็นผลไม้พื้นเมืองบริเวณพื้นที่แถบแอฟริกาตะวันตก แต่กลายมาเป็นผลไม้ประจำชาติจาไมก้า ราวปี 1788 สำหรับผู้ไม่รู้วิธีรับประทานผลแอคกีที่ถูกต้อง อาจเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ อาเจียร และอาจร้ายแรงถึงแก่ชีวิต ทั้งนี้ผลแอคกีดิบมีสารพิษที่ชื่อว่า Hypoglycin แฝงอยู่ ดังนั้นหากจะนำมารับประทานต้องรอให้ผลสุกจนกลายเป็นสีแดง และผลิออกจนเห็นเม็ดในสีดำเองตามธรรมชาติเสียก่อน สำหรับการรับประทานนั้น ชาวจาไมก้ามักทานเคียงกับปลาคอต






อันดับ 2 : "ปลาปักเป้า"นับเป็นอาหารจานหรู แต่มีพิษร้ายแรง ที่ชื่อว่า สารเตโตรโดทอกซิน คร่าชีวิตนักชิมมามากเสิร์ฟโดยการแร่เป็นชิ้นบาง ๆ โดยเชฟมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญ ปลาปักเป้านับเป็นอาหารจานหรู แต่มีพิษร้ายแรง ที่ชื่อว่า สารเตโตรโดทอกซิน (Tetrodotoxin) คร่าชีวิตนักชิมมากกว่าสารไซยาไนด์ หรือสารหนู (Cyanide)ในปลาปักเป้า 1 ตัวจะมีต่อมพิษอยู่ 1 ต่อม มีขนาดเล็กกว่าหัวเข็ม ผู้ที่สามารถเสิร์ฟอาหารจานนี้ได้ ต้องฝึกฝนและเรียนรู้นานกว่า 3 ปี เพราะพิษในปลาเพียง 1 ตัว สามารถปลิดชีพมนุษย์ได้มากถึง 30 คน ด้วยความประณีตและพิถีพิถันในทุกขั้นตอนจึงทำให้ปลาปักเป้ามีมูลค่าแพงราว 200 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 6,500 บาท) ต่อจาน แต่อย่างไรก็ตามนักกินในประเทศญี่ปุ่นยังคงนิยมสั่งปลาปักเป้ามารับประทานมากกว่า 10,000 ตันต่อปี และมีมากกว่า 40 สายพันธุ์ให้เลือกลิ้มรส




อันดับ 1 : "ฮอทดอก"อาหารชนิดนี้ส่งผลอันตรายทั้งต่อเด็กและผู้ใหญ่ เพราะเนื้อที่นำมาผลิตมักมีคุณภาพต่ำสถาบันกุมารเวชศาสตร์สหรัฐอเมริกา ระบุว่า อาหารชนิดนี้ส่งผลอันตรายทั้งต่อเด็กและผู้ใหญ่ เพราะ เนื้อที่นำมาผลิตมักมีคุณภาพต่ำ หรือเป็นการนำเศษเนื้อที่เหลือจากโรงฆ่าสัตว์มาบดและทำเป็นไส้กรอก จากรายงานบอกว่า 17 เปอร์เซ็นต์ของเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี มักเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจเมื่อบริโภคอาหารประเภทดังกล่าว สำหรับสาเหตุที่อยู่ในรายการอาหารที่อันตรายที่สุดเป็นเพราะ ฮอทดอกเป็นอาหารที่นิยมรับประทานในชีวิตประจำวันมากที่สุด โดยปราศจากการหลีกเลี่ยง หรือคำนึงถึงอันตรายที่แฝงอยู่.


colskys@hotmail.com


มาร์คคุยบีบีซี ประเด็นร้อน ย้ำลงเก้าอี้แน่


อภิสิทธิ์" เจอรายการฮาร์ดทอล์กของบีบีซีสัมภาษณ์เดือด ถูกถามจี้ใจดำ ไม่เคยชนะเลือกตั้ง แต่ได้เป็นเพราะ ทรท.ถูกยุบ-ปฏิวัติ "มาร์ค"สวน คมช.ไม่ได้ตั้งรัฐบาล ยันออกแน่แต่ขอแก้ปัญหาก่อน..หลังจากนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น เมื่อวันที่ 27 เม.ย. กรณีปัญหาการชุมนุมและความรุนแรงภายในประเทศไทย และตอบคำถามว่า การลดความตึงเครียดและคืนความปกติสุข ท่ามกลางการชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดง ต้องอาศัยเวลา ความอดทน และความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ล่าสุด รายการฮาร์ด ทอล์ก ของสำนักข่าวบีบีซีได้นั่งพูดคุยกับนายกฯอภิสิทธิ์ผ่านทางวีดีโอคอล ซึ่งออกอากาศเมื่อคืนที่ผ่านมา (28 เม.ย.) เช่นกันโดยบีบีซีเปิดฉากสาดคำถามใส่นายกฯ อภิสิทธิ์ อย่างเผ็ดร้อน เกี่ยวกับการยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งอาจนำความมั่นคงทางการเมืองกลับคืนมา และการขัดแย้งสิ้นสุดลง ซึ่งนายกฯอภิสิทธิ์ ตอบกลับว่า การจัดการเลือกตั้งรวดเร็วเกินไปอาจก่อให้เกิดความรุนแรง ซึ่งไม่ช่วยแก้ปัญหาใดๆ และอาจส่งผลให้กลับไปสู่วังวนของการชุมนุมประท้วงอีกครั้ง ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ควรจะมีการเจรจากันเพื่อหาคำตอบว่าแท้ที่สุดเราต้องการอะไร ก่อนจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ เพื่อผลประโยชน์ของทุกคนในประเทศชาติ ไม่ใช่เพียงเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งบีบีซีถามย้ำต่ออีกว่า นายกฯอภิสิทธิ์จะไม่จัดการเลือกตั้งตามเส้นที่ขีดไว้ก่อนเดือน ธ.ค.ใช่หรือไม่ นายกฯอภิสิทธิ์ จึงโต้ว่า ไม่ได้พูดเช่นนั้น สิ่งที่เขาพูดคือ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำให้บรรลุเสียก่อน "ผมพูดว่าการเลือกตั้งควรเกิดขึ้นไม่เกิน 9 เดือน และผมพร้อมพูดคุยกับคนทุกกลุ่มในสังคม ขณะที่ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ต้องการให้ผมอยู่จนครบวาระการดำรงตำแหน่ง และมีอีกไม่น้อยที่เชื่อว่าควรจะมีระยะเวลาที่เหมาะสม แต่ไม่ใช่ 15 หรือ 30 วัน ผมคิดว่าทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงที่จะแสดงความคิดเห็น"การสัมภาษณ์เริ่มดุเดือดขึ้น เมื่อบีบีซีตั้งคำถามว่า นายกฯอภิสิทธิ์ไม่เคยชนะการเลือกตั้ง แม้ได้รับคะแนนเสียงโดยสภาผู้แทนราษฎร เพราะพรรคการเมืองของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ถูกยุบ และการปฏิวัติรัฐประหาร เปิดทางให้นายกฯอภิสิทธิ์ได้ขึ้นสู่อำนาจ นายกฯอภิสิทธิ์โต้กลับว่า คณะปฏิวัติไม่ได้แต่งตั้งรัฐบาล เรามีการจัดการเลือกตั้งนอกจากนี้บีบีซียังใส่นายกฯอภิสิทธิ์ต่อไม่ยั้ง ว่า การดำรงตำแหน่งต่อไปอาจทำให้เกิดความรุนแรง และเหตุการณ์น่าสลดอีก และหากนายกฯตระหนักถึงปัญญาจริง ในที่สุดแล้วจะยอมลงจากตำแหน่งหรือไม่ นายกฯอภิสิทธิ์ตอบว่า แน่นอน เขาไม่ยอมให้ประโยชน์ส่วนตนอยู่เหนือผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่ปัญหาในขณะนี้ไม่ใช่เพียงแต่ความขัดแย้งทางการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่มีความมั่นคงของประเทศ ปัญหาการก่อการร้าย เข้ามาเกี่ยวเนื่องด้วย จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายร่วมกันแก้ปัญหาไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเชื่อว่านั่นคือสิ่งที่ประชาชนชาวไทยต้องการให้ทำ และเขาก็มุ่งมั่นที่จะทำในขณะนี้.ชมการสัมภาษณ์และตอบคำถามของนายกอภิสิทธิ์ในรายการฮาร์ดทอล์กของบีบีซีได้ที่นี่
ไทยรัฐออนไลน์
โดย ไทยรัฐออนไลน์
29 เมษายน 2553, 18:53 น.




"อองซาน ซูจี" สัญลักษณ์ประชาธิปไตย กระเทาะแก่นเผด็จการทหารในเมืองไทย


ล่าสุดสำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน นางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของประเทศพม่า ได้แสดงจุดยืนวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นภายในปีนี้ของรัฐบาลทหารพม่า
โดยเปรียบเทียบกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งประสบกับหายนะหลังจากกองทัพก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เพื่อขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
"รัฐบาลใหม่ที่ขึ้นมามีอำนาจภายใต้รัฐธรรมนูญซึ่งเขียนโดยกองทัพนั้น จะไม่มีทางมีเสถียรภาพ ไม่ต้องดูอื่นไกล เราดูแค่ สถานการณ์ในไทยก็ได้ ทักษิณคือผู้ที่ประชาชนเลือกตั้งเข้ามา แต่กองทัพกลับยึดอำนาจจากคนที่ชนะการเลือกตั้ง
แล้วรัฐธรรมนูญก็ถูกเขียนขึ้นมาใหม่โดยทหาร หลังจากนั้น อะไรเกิดขึ้นกับรัฐบาลชุดแรกภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ของไทย รัฐบาลชุดนั้นไร้เสถียรภาพ นี่คือผลที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นโดยกองทัพ"
"อองซาน ซูจี" สัญลักษณ์ประชาธิปไตย กระเทาะแก่นเผด็จการทหารในเมืองไทย
เสียงดังกังวานอย่างมีน้ำหนักไปทั่วโลก
และตามจังหวะรีบตีปี๊บประจาน ผูกติดรัฐบาลกับภาพเผด็จการทหาร

เปิดวิวาทะ"รัฐธรรมนูญ" ไทย-พม่า บริบทประชาธิปไตยที่ต่างกัน


ฮือฮาไม่น้อยเมื่อจู่ๆ นายเนียน วิน โฆษกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) อ้างคำพูดของ นางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคเอ็นแอลดี ที่กล่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยว่า "รัฐบาลที่ขึ้นมามีอำนาจภายใต้รัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นโดยทหาร ไม่มีวันที่จะมีเสถียรภาพ โดยไม่ต้องมองไปที่ไหนไกล ให้มองประเทศไทยเป็นตัวอย่าง อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ทหารได้ยึดอำนาจจากผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งและร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ " ทำให้หลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงคำพูดดังกล่าวไปต่างๆ นานานั้นนายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาด้านพม่าของกลุ่มฮิวแมน ไรต์ส วอทช์ สำนักงานฮิวแมน ไรต์ส วอชท์ ประจำประเทศไทย ให้ความเห็นถึงกรณีดังกล่าวกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า เป็นการวิเคราะห์ในบริบทรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มาจากประชาชน มาจากกระบวนการเลือกตั้ง แน่นอนย่อมมีปัญหา ทำให้สังคมไม่มีเสถียรภาพ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับประเทศไทยซึ่งขณะนี้มีการชุมนุมทางการเมือง ทำให้เสถียรภาพรัฐบาลไทยไม่นิ่ง เป็นการมองปัญหาภายหลังจากมีการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 เป็นลำดับมาทั้งนี้ หากเปรียบเทียบระหว่างรัฐธรรมนูญของไทยกับรัฐธรรมนูญของพม่า นายสุนัย มองว่า รัฐธรรมนูญไทยฉบับปี 2550 แม้ว่าผลลัพท์ที่ออกมามีปัญหา พรรคการเมือง หรือคนที่อยู่ในกระบวนการรัฐธรรมนูญเองก็ยอมรับว่ามีปัญหา แต่ก็มาจากความตั้งใจดีส่วนหนึ่ง ส่วนรัฐธรรมนูญของพม่าแม้ฉบับที่เพิ่งผ่านประชามติมานั้น เป็นรัฐธรรมนูญที่แม้แต่ความตั้งใจดีก็ไม่มีเลย มาจากทหารโดยตรง และเป็นการครองอำนาจอย่างถาวร เพราะฉะนั้นเป็นการตั้งต้นที่ไม่ดี"หากพูดถึง "ต้นไม้พิษ ลูกไม้ก็เป็นพิษด้วย" กรณีของรัฐธรรมนูญของพม่านั้นเป็นต้นไม้พิษ 100% ฉะนั้นทางพม่าก็จะมีรัฐธรรมนูญที่มีปัญหา ที่จะทำให้ประเทศก้าวหน้าไม่มีทางเป็นจริง ส่วนกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนุูญของพม่า เป็นไปไม่ได้เลย เพราะเสียงสนับสนุนของคนที่มาจากกระบวนการเลือกตั้ง จะสู้เสียงของคนที่มาจากการแต่งตั้ง และคนที่เป็นตรายางของคนพม่าไม่ได้ เสียงไม่พอ ส่วนรัฐธรรมนูญที่ได้รับการแก้ไขและผ่านประชามติไปแล้ว ไม่มีความเป็นที่จะได้รับการแก้ไขโดยที่ฝ่ายกองทัพพม่าไม่เห็นด้วย"นายสุนัย กล่าวว่า ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์นั้น เมืองไทยมีปัญหาในแง่ที่ว่าไทยมีโอกาสที่จะลดเงื่อนไขของความเห็นที่แตกต่าง เกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญได้ ด้วยการยอมรับกระบวนการเสนอร่างแก้ไขที่มาจากภาคประชาชน มาจากภาคการเมืองต่างๆ แต่การเมืองไทยแบ่งพวกกันอย่างรุนแรง จนกระทั่งข้อเสนอของฝ่ายหนึ่ง แต่ฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับ ประเทศไทยเองก็ต้องกลับมาทบทวนเปิดใจให้นำความเป็นประชาธิปไตยภายใต้ รัฐธรรมนูญที่ทุกฝ่ายยอมรับ ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกันอย่างจริงจังไม่ใช่มาใช้เพื่อต่อสู้ แย่งชิงอำนาจ และมาฆ่ากันเอง"เปรียบประชาธิปไตยไทยกับพม่ายังห่างไกลกันเยอะ พม่าเป็นสังคมที่ฝ่ายกองทัพครอบงำอย่างสมบูรณ์แบบ ของคนไทยอย่างน้อยก็มีโอกาสได้เห็นความคิดเห็นที่แตกต่างกัน มันมีพลังที่ออกมาเคลื่อนไหว สื่อถึงแม้ว่าจะถูกปิดไปเยอะในสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็จะมีสื่อใต้ดิน เกิดขึ้นได้ คนก็ออกมาแสดงความคิดเห็นได้ ถ้าเป็นพม่ามีการชุมนุมกันอย่างนี้ ก็จะตายกันเป็นเบือ แม้แต่พระสงฆ์ก็จะถูกยิง ของเราถือว่าวิวัฒนาการทางการเมือง สังคม ได้ก้าวไปไกล คนไทยยังโชคดีกว่าคนพม่าเยอะ ประเทศไทยก้าวพ้นจุดที่ว่ารัฐบาลกับทางฝ่ายกองทัพทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่ต้องแคร์" ที่ปรึกษาด้านพม่าของกลุ่มฮิวแมนฯ กล่าวด้าน ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) วิเคราะห์่ว่า การที่พม่าระบุเช่นนี้แสดงว่าไม่ได้เข้าใจถึงบริบทการเมืองไทย เนื่องจากบริบทการเมืองไทยกับพม่านั้น ไม่เหมือนกัน การร่างรัฐธรรมนูญของไทยปี 50 ไม่ได้มาจากฝีมือทหาร จริงอยู่ฝ่ายทหารเป็นคนมอบหมายให้มีการร่างรัฐธรรมนูญ แต่คนที่ร่างนั้นส่วนใหญ่มาจากฝากฝั่งของพลเรือน และ สาระสำคัญและหลักการเป็นการนำเอารัฐธรรมนูญปี 40 มาปรับปรุงแก้ไข ดังนั้นไม่ใช่เป็นธรรมนูญทหารอย่างที่กล่าว เป็นเพียงการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ครบด้าน เป็นเพียงโวหารทางการเมืองเท่านั้น"หลักการประชาธิปไตย ไม่ได้ดูเฉพาะเรื่องที่มา ต้องดูถึงค่านิยมในการดำเนินการ ดูสาระเป็นหลักนิติธรม นิติรัฐ การใช้สิทธิเสรีภาพ อย่างทั่วถึงเท่าเทียม ดังนัั้นการที่พม่าปกครองด้วยรูปแบบทหารโดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจะมาเปรียบเทียบ โดยให้ดูไทยเป็นตัวอย่างก็เป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ต้องเข้าใจบริบท จารีตการปกครองให้ลึกซึ้ง และเข้าใจปัญหา ต้นตอปัญหามันมาจากการใช้อำนาจ การบิดเบือนและแทรกแซงกระบวนการกฎหมาย ก่อนที่จะมีการปฏิวัติรัฐประหาร จนก่อให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 50 ที่อ้างว่ามาจากทหารเป็นต้นตอของความวุ่นวายนี้"อย่างไรก็ตาม อธิการบดีนิด้ามองว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นการทำงานของรัฐบาลไทย ในการสื่อสารออกไปยังต่างประเทศ แสดงให้เห็นว่าการทำงานของฝ่ายตรงข้ามมีประสิทธิภาพในการนำเสนอมากกว่า ดังนั้นรัฐบาลต้องเดินหน้าใช้กระบวนการต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจและสร้าง เสถียรภาพให้เกิดขึ้นกับประเทศชาติให้ได้.

วันจันทร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553

สตูว์เนื้อลูกวัว

หั่นเนื้อเป็นลูกเต๋าชิ้นพอดีๆ คำ และต้มพร้อมผัก จนเนื้อนิ่มดีประมาณ 1-1.5 ช.ม. แบ่งน้ำซุปมาครึ่งลิตร เตรียมซอสขาวโดยตั้งเนยบนเตาจนละลาย




สูตรอาหารฝรั่งเศส


ส่วนผสมหลัก :


1.Veal shank 1 กิโลกรัม
2.แครอท 80 กรัม
3.หัวหอม 80 กรัม
4.ลีค100 กรัม
5.เซเลอรี่ 1 กำ
6.กระเทียม 2 หัว
7.Garni (ชุดเครื่องสำหรับทำสตูว์) 1 ช่อ
8.กานพลู 1 กิ่ง
9.เกลือ และพริกไทยอ่อน


เครื่องเคียง :


1.เห็ดแชมปิญอง
2.หอมแดง (Parl Onion) 80 กรัม
3.เนย 20 กรัม
4.มะนาว 1 ผล,
5.เกลือ, พริกไทยและน้ำตาล

หั่นเนื้อเป็นลูกเต๋าชิ้นพอดีๆ คำ และต้มพร้อมผัก จนเนื้อนิ่มดีประมาณ 1-1.5 ช.ม. แบ่งน้ำซุปมา ½ ลิตร เตรียมซอสขาวโดยตั้งเนยบนเตาจนละลาย ผสมแป้งลงไป และคนให้เข้ากันดี เติมน้ำซุปลงไปทีละน้อย ตั้งเตาจนแป้ง ละลายสุกดี เติมวิปครีมลงไป หมั่นคนจนข้นดี ตามด้วย

เนื้อลูกวัว พักไว้ หั่นเห็ดแชมปิญองเป็นชิ้นสามเหลี่ยม ต้มในน้ำที่ใส่เกลือ เนย และน้ำมะนาวเล็กน้อยจนสุก และนิ่ม พักไว้ ต้มหอมแดงในน้ำที่ใส่เกลือ นำ้ตาลและเนย จนหอมแดงนิ่มสุก รอจนน้ำระเหยจนหมด เขย่ากระทะ ให้หอมแดงใสและแวววาว พักไว้ ก่อนเสิร์ฟ ผสมไข่แดง และวิปครีมลงในสตูว์ร้อนๆ ที่เตรียมไว้ ใส่เห็ด และปรุงรส ด้วยเกลือและพริกไทย ตกแต่งจานด้วย หอมแดง

colskys@hotmail.com

Never been bored 12 ชิ้นไม่มีเบื่อ

พบ 12 เฟอร์นิเจอร์ชิ้นสวยคลาสสิกที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างกันไปอย่างไม่มีเบื่อ


ทั้งวัสดุชั้นดีฝีมือเนี้ยบ และรูปโฉมสุดสำอางกับลีลาการใช้งานแสนปรนเปรอใจ




1 สบายทุกท่วงท่า


พร้อมรองรับทุกอิริยาบถ ไม่ว่านอน นั่งพิงหมอนนุ่มดูทีวี หรืออ่านหนังสือโปรดให้สบายที่สุด ก่อนจะรู้สึกง่วงจัดจนหลับสบายทั้งคืน กับเตียงสวยคลาสสิก เตียง รุ่น Lazy-night ออกแบบโดย Patricia Urquila จาก BB Italia



2 แค่วางหนังสือให้สวย


จุดประสงค์คือวางหนังสือก่อนนอน เป็นที่มาของชั้นหัวเตียงที่มีแต่เส้นสายโลหะเงาวับโปร่งตาเพียงไม่กี่เส้น และแข็งแรงพอรองรับน้ำหนักของตั้งหนังสือที่อวดลีลาสวยคลาสสิกยามเรียงซ้อนกัน ชั้นวาง รุ่น Pyllon ออกแบบโดย Nicole Aebischer จาก BB Italia




3 แสงที่ใช่



แสงสว่างสำหรับตั้งโต๊ะทำงานที่เป็นงานออกแบบยุคโมเดิร์นสุดสวยอมตะมาตั้งแต่ปี 1972 โน่น ก้านของโคมไฟให้เลื่อนปรับแสง



ให้ได้ตามองศาที่ต้องการ เพื่อแสงถูกใจได้ด้วยสัมผัสนุ่มนวล โคมไฟ รุ่น Tizzio ออกแบบโดย Richard Sapper แบรนด์ Artimide จากร้าน Seenspace งานภาพถ่ายขาว-ดำ ราคา 10,000 บาท จาก Seenspace



4 งานสบาย



โต๊ะทำงานทำจากไม้สักและขาสเตนเลสสตีล ทรวดทรงโปร่งบางสบายตาและมีน้ำหนักเบาเคลื่อนย้ายสะดวก พร้อมเก้าอี้ดีไซน์สวยคมกริบเข้าชุด โต๊ะทำงาน รุ่น Translucent ราคา 26,100 บาท จาก Plato เก้าอี้ รุ่น Translucent ราคา 11,900 บาท จาก Plato กระเป๋า ราคา 2,400 บาท จาก ระพี ลีลาศิริ ถังขยะ ราคา 2,520 บาท และแจกันแก้ว ราคาใบละ 900 บาท จาก Touchable


5 เก้าอี้นอนรับหลัง
พร้อมให้พิงเอนสบายทิ้งน้ำหนักได้เต็มที่กับลอนโค้งรับหลังและยาวไปตลอดสรีระกับเดย์เบดทรงสวย ที่ทำจากไม้ดัดโค้ง กับโครงสเตนเลสสตีล
เก้าอี้นอน รุ่น Lean ราคา 33,500 บาท จาก Plato

6 สตูลอเนกประสงค์
สตูลหนังที่ใช้นั่งก็ได้หรือใช้วางข้าวของก็ได้ พร้อมช่องเจาะสำหรับหิ้วให้สะดวกด้วยน้ำหนักเบาถือสบายสตูลหนัง ราคา 8,500 บาท จาก Touchable

7 ปูได้ทั้งนอกและในบ้าน
ฟังก์ชั่นใหม่ที่ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกบ้าน พรมเสื่อสานสวยที่ทำจากวัสดุกันแดดกันน้ำ กับลีลาที่ยังดูเป็นธรรมชาติพรม รุ่น Honey Comb (Outdoor) ออกแบบโดย ระพี ลีลาศิริ จาก ระพี ลีลาศิริ กาน้ำชาเซรามิกแฮนด์เมด สอบถามราคาได้ที่ Seenspace



8 อบอุ่นในโซฟา

อบอุ่น นุ่มนวล น่าซุกอิง อาร์มแชร์พร้อมออตโตมานวางขาที่ยามจัดเข้ามุมห้องแล้ว ให้ความรู้สึกน่าสบายที่สุด กับทรวดทรงโมเดิร์นร่วมสมัย กับลายเส้นขาวน้ำเงินแสนคลาสสิก อาร์มแชร์ รุ่น Liu bergere แบรนด์ Meridiani จาก Motif

9 ประติมากรรมวางข้าง

ชิ้นไม้ที่ถูกออกแบบให้เรียงซ้อนกันของโต๊ะข้างตัวนี้ที่นอกจากการใช้งานสำหรับวางของจุกจิกแล้วยังสร้างลูกเล่นแบบงานประติมากรรม และช่วยเติมมู้ดแบบอุ่นจากสัมผัสของเนื้อไม้โอ๊กแท้ๆ โต๊ะข้าง รุ่น Falo big แบรนด์ Riva1920 จาก Motif


10 ผนังสวยมีชั้นเชิง

ชั้นวางของที่ทำให้ผนังยิ่งสวยมีลูกเล่นด้วยที่วางเก็บหนังสือและวางโชว์ชิ้นสวยสะสม มีให้เลือกใช้ทั้งสองอารมณ์จะเปิดอวดหนังสือเรียงรายให้เรื่องเยอะ หรือเลื่อนบานตู้มาปิดให้นิ่งสงบก็ได้ทั้งนั้นบนผนังผืนเดียว รุ่น Shift ออกแบบโดย Patricia Urquila แบรนด์ BB Italia

11 สวยรับแดดฝน

เดย์เบดหน้าตาสวยเนี้ยบทันสมัยพร้อมโต๊ะกลางที่ทำจากหวายสังเคราะห์สาน และพิเศษที่ตัวเบาะเป็นวัสดุสามารถวางสู้แดดฝน สามารถใช้ทนทานได้ทั้งภายในภายนอกอาคาร เดย์เบดและโต๊ะกาแฟ รุ่น Vickey ออกแบบโดย เมธชนัน สวนศิลปพงศ์ จาก Kenkoon ถาดเหล็กรูปใบไม้ ราคา 5,800 บาท และ แจกัน ราคา 900 บาท จาก Touchable ชั้นวางซีดี รุ่น Translucent ราคา 6,900 บาท จาก Plato งานภาพถ่ายขาว-ดำ ราคา 10,000 บาท จาก Seenspace

12 ไม้กับสเตนเลสสตีลและสวน

สังสรรค์ กิน ดื่ม กับชีวิตในสวน อีซี่แชร์โครงสเตนเลสสตีลขึงผ้าสะลิงสีขาวและโลว์เทเบิลทำจากไม้สักรูปแบบเรียบง่ายแนวโมเดิร์น ที่ออกแบบมาสำหรับเอ๊าต์ดอร์โดยเฉพาะด้วยวัสดุทนแดด ฝน และล้างทำความสะอาดง่าย น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก โต๊ะ ราคา 21,000 บาท และเก้าอี้ ราคา 15,000 บาท จาก Deesawat จานแก้วแฮนด์เมด ราคา 1,200 บาท จาก Touchable หมวก ราคา 2,400 บาท จาก ระพี ลีลาศิริ

colskys@hotmail.com